| ตำนานเมืองลพบุรี

วังนารายณ์คู่บ้าน
ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง
เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์
วันนี้เราพาท่านไปเที่ยวเมืองลิงจังหวัดลพบุรีกัน
ส่วนใหญ่จะเป็นโบราณสถานและสิ่งศักดิ์สิทะฺ์ที่ชาวลพบุรีนับถือ
มีทั้งพระปรางค์3ยอด วัดมหาธาตุ ศาลพระกาฬ
แล้วก็อนุสาวรีย์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
แต่น่าเสียดายยังขาดภาพของวังนารายณ์ราชนิเวศน์
ถเามีโอกาศจะนำมาให้ท่านได้ชมกันนะครับรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
อาทิสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆจะทยอยเอามาให้ชมนะครับ
เมืองลพบุรีเป็นเมืองโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย
โดยที่ตั้งของจังหวัดในปัจจุบันตั้งซ้อนทับตัวเมืองโบราณเดิม ซึ่งจากหลักฐานทาง
ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี แสดงให้เห็นว่าเมืองลพบุรีเป็นเมืองโบราณที่พัฒนาขึ้นมาจาก
สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในหลาย ๆ ด้าน
โดยจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบโดยบังเอิญและจากการขุดค้นทางโบราณคดี
เพื่อหาหลักฐานของลำดับสมัยการอยู่อาศัยในบริเวณจังหวัดลพบุรี
ได้ผลสรุปว่า เมืองลพบุรีเป็นชุมชนอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
โดยอยู่อาศัยสืบเนื่องติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และจากหลักฐาน
ทางประวัติศาสตร์ทั้งของชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีโอกาสพบเห็นเมืองลพบุรี
เมื่อหนึ่งศตวรรษถึงสามศตวรรณที่ผ่านมาได้ระบุถึงความเหมาะสมของเมืองลพบุร
ีในด้านการตั้งถิ่นฐาน จากการศึกษาตำแหน่งที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีในบริเวณจังหวัดนี้
พอจะสรุปได้ว่า ลพบุรีเมืองเก่า (ลวปุระ) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับแม่น้ำใหญ่
คือ แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำเจ้าพระยาเพราะเป็นปราการทางธรรมชาติที่ดี
และสามารถเป็นทางออกสู่โลกภายนอกได้สะดวก
โดยตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างอารยธรรมทาง
เหนือกับทางใต้ โดยเฉพาะกับพระนครศรีอยุธยา
ลพบุรี อยู่ห่างกรุงเทพฯ
153 กิโลเมตร เนื้อที่ทั้งหมด 6,200
ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครอง ออกเป็น 9 อำเภอกับ 2 กิ่งอำเภอ
ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอโคกสำโรง อำเภอบ้านหมี่
อำเภอชัยบาล อำเภอท่าวุ้ง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอ
ท่าหลวงอำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ
กิ่งอำเภอลำสนธิ และกิ่งอำเภอหนองม่วง

กำเนิดเมืองลพบุรี
ตำนานการเกิดเมืองลพบุรีนั้น มีการเล่าเป็นเรื่องราวสืบต่อ
กันมาโดยสัมพันธ์กับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ว่า
เมื่อพระรามกับทศกัณฐ์ทำศึกกันนั้น หนุมาน
เป็นทหารเอกของพระราม ได้ช่วยเหลือการศึกจนพรรามชนะ
พระรามจึงปูนบำเหน็จให้แก่หนุมาน โดยทรงแผลงศรให้หนุมา
เหาะตามลูกศรไป ถ้าลูกศรไปตกที่ใด ก็ให้หนุมานครองเมืองนั้น
ลูกศรของพระรามไปตกลงที่ทะเล ด้วยอำนาจ
ของลูกศรที่มีอิทธิฤทธิ์ร้อนแรงทำให้นำ้ทะเลเหือดแห้ง
และดินสุกเป็นสีขาว หนุมานเห็นว่าพื้นที่บริเวณนั้นไม่ราบเรียบ
จึงแปลงกายให้ใหญ่โตแล้วใช้หางกวาดดินหินไป
รวมกันไว้กองๆเป็นภูเขา เมืองนี้จึงมีภูเขาหลายลูก
เมื่อได้พื้นที่ราบเรียบแล้ว หนุมานก็ให้ไพร่พลลิง
สร้างเมืองขึ้นจนเสร็จ พระรามประทานชื่อเมือง
แก่หนุมานว่า "ลพบุรี" อันหมายถึงเมืองของพระลพ
ผู้เป็นโอรสของพระราม(บางตำนานเล่าว่า
พระรามประทานชื่อว่า นพบุรี เพราะแผลงศร
ไปตัดภูเขาเก้ายอด แล้วเพี้ยนเป็น ลพบุรี)
บริเวณที่ศรตก คือตำบลทะเลชุบศร ในเขต
อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งดินบริเวณนี้และบริเวณใกล้เคียง
ดินบางแห่งจะเป็นสีขาวเรียกว่า ดินสอพอง
สถานที่ตามตำนาน
ศาลลูกศร
มีตำนานเล่าสืบต่อจากกำเนิดเมืองลพบุรีว่า
ลูกศรที่พระรามแผลงมาตกที่ทะเลนั้นมีอิทธิฤทธิ์ร้อน
แรงมาก เมื่อตกลงสู่ทะเล นำ้ทะเลก็เหือดแห้งไปหมด
ดินบริเวณทะเลและใกล้เคียงถูกความร้อนจนสุกเป็นสีขาว
ลูกศรนี้ต้องอยู่ในนำ้ ถ้าปล่อยให้แห้งจะร้อนและ
เกิดไฟเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่โดยรอบ
ด้วยความเชื่อดังกล่าวชาวลพบุรีจึงเลือกพื้นที่บริเวณ
ใกล้แม่นำ้ลพบุรีสร้างศาล และสร้างอ่างนำ้เพื่อแช่ลูกศร
คอยระวังดูแลไม่ให้นำ้ในอ่างแห้ง ศาลนี้เรียกว่า "ศาลลูกศร"
ปัจจุบันศาลลูกศรตั้งอยู่ในตลาดลพบุรี
ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี
เขาวงพระจันทร์
อยู่ในเขตอำเภอห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง
ห่างจากตัวเมืองลพบุรีไปตามเส้นทางพหลโยธิน
ประมาณ28กิโลเมตร เรื่องราวเกี่ยวกับเขาวง
พระจันทร์นี้ คนรุ่นเก่าๆมักจะเล่าให้ลูกหลานฟังว่า
บนยอดเขามียักษ์อยู่ ทำให้เด็กๆซึ่งไร้เดียงสา
เชื่อฟังไม่ดื้อเพราะกลัวยักษ์จับไปกิน
เรื่องยักษ์บนยอดเขาวงพระจันทร์นั้นมี่เรื่องเล่าว่า
ท้าวกกขนาก เป็นยักษ์ที่มีฤทธ์มาก ได้รับพรมา
จากสวรรค์ให้มีอายุยืนไม่มีวันตาย ท้าวกกขนาก
เป็นยักษ์ตนสุดท้ายที่ต่อสู้กับพระราม พระรามทรง
ใช้ศรที่คันศรทำด้วยเขากระต่าย สายทำด้วยหนวด
เต่า และลูกศรทำด้วยต้นกกภายในสอดไส้ด้วยหญ้าปล้อง
แผลงลูกศรไปปักอกท้าวกกขนาก ร่างของท้าวกก
ขนากปลิวตามแรงของลูกศรไปตกที่ภูเขาเมืองลพบุรี
แต่ท้าวกกขนากก็ยังไม่ตาย พระรามจึงทรงสาปเอา
ไว้ให้ลูกศรปักท้าวกกขนากตรึงอยู่บนภูเขาตลอดไป
จนกว่าพระศรีอาริย์ตรัสรู้ ลูกศรจึงจะหลุดออกมาจากร่างได้
ท้าวกกขนากมีลูกสาวชื่อนาง นงพระจันทร์ ซึ่ง
คอยดูแลบิดาและเชื่อว่าถ้าได้นำ้ส้มสาย
ชูมาราดที่ลูกศร ลูกศรจะหลุด
เขาสมอคอ
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเขาสมอคอนเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรกเล่าว่า
ระหว่างการต่อสู้ของพระรามกับทศกัณฑ์
พระรามได้ขว้างจักรไปและจักรได้ตัดยอดเขาสูงที่ขวางหน้าขาด
เศษหินใหญ่น้อยนั้นได้กระเด็นมาตกกลางทุ่งกลาย
เป็นภูเขามีชื่อเรียกว่า "เขาสมอคอน"
เรื่องเขาสมอคอนอีกเรื่องเล่าว่า พระลักษณ์ถูกหอก
โมกขศักดิ์ของอินทรชิต หนุมานจึงได้อาสาไปเอา
ต้นสังกรณีตรีชะวาที่เขาสรรพยาเพื่อเอามาฝนทำ
ให้หอกหลุด และจะต้องกลับมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ถ้ามาช้าพระลักษณ์จะต้องสิ้นพระชนม์ ขณะนั้นเป็นเวลา
ใกล้เช้าแล้ว หนุมานจึงรีบเหาะไปที่เขาสรรพยา
(ปัจจุบันอยู่จังหวัดชัยนาท) เมื่อไปถึงก็เนรมิตหางรัดรอบภูเขา
และดึงต้นไม้ทั้งหมดขึ้นมาแล้วรีบพาเหาะกลับ
ขณะที่เหาะนั้นเศษหินดินที่ติดมากับรากต้นไม้ได้ตก
หล่นกลายเป็นภูเขาเล็กบ้างใหญ่บ้างเรียกว่า "เขาสมอคอน"
เขาสมอคอนในปัจจุบันคือ เทือกเขาที่ทอดตัวต่อ
เนื่องกันยาวในพื้นหลายพันไร่
ในเขตตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี
เขาทับควาย
เขาทับควาย อยู่ที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
พื้นดินบริเวณเขาทับควายมีสีแดงคลํ้าผิดกับดินโดยทั่วๆไป
จึงมีตํานานเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่งชื่อนนทกาล ทำหน้าที่เฝ้า
ประตูกำแพงเมืองชั้นในของพระอิศวร
นนทกาลมีอายุหมื่นปีแต่ยังไม่มีคู่
นนทกาลเห็นนางฟ้าชื่อมาลีมาเก็บดอกไม้ในสวน
ทุกวันก็เกิดหลงรัก วันหนึ่งจึงปาดอกไม้ไปที่นางฟ้ามาลี
เป็นการเกี้ยวพาราสี นางฟ้ามาลีโกรธ ไม่พอใจเพราะ
นนทกาลเป็นยักษ์มีหน้าที่เฝ้าประตู แต่ตนเป็นนางฟ้า
จึงไปฟ้องพระอิศวร พระอิศวรทรงพิโรธสาปนนทกาล
เป็นควายเผือกชื่อทรพา นนทกาลจะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อถูกลูกฆ่า
ทรพาเป็นควายเผือกที่มีพละกำลังมาก มีบริวารเป็น
ควายตัวเมียถึงห้าพันตัว อาศัยอยู่ในป่าหิมวันต์
ทรพาคอยระวังไม่ให้นางควายตกลูกเป็นตัวผู้ ถ้าเป็นตัว
ผู้ทรพาจะฆ่าหมด เหลือไว้แต่ตัวเมีย
มีนางควายตัวหนึ่งตั้งท้องใกล้คลอดกลัวว่าลูกจะเป็นตัวผู้แล้ว
ถูกทรพาผู้เป็นพ่อฆ่า ดังนั้นจึงหลบจากฝูงไปคลอดที่ถํ้าแห่งหนึ่ง
ลูกออกมาเป็นตัวผู้แม่ควายจึงต้องทิ้งลูกไว้ โดยฝากไว้กับเทพา
อารักษ์ที่อยู่ในถํ้าให้ช่วยเลี้ยงดู แล้วแม่ควายก็กลับเข้าฝูงของทรพา
ส่วนลูกชายมีชื่อว่า ทรพี เทพาอารักษ์ได้สถิตย์อยู่ที่เขาทั้งสองและ
ขาทั้งสี่ของทรพี ทำให้ทรพีเจริญเติบโตมีร่างกายและ
พละกําลังที่แข็งแรง ทรพีวัดรอยเท้าของทรพาอยู่เสมอ
เมื่อเท่ากันแล้วจึงไปท้าทรพาให้สู้กัน ผลที่สุดทรพาก็ถูกทรพีฆ่าตาย
หลังจากมีชัยชนะ ทรพีก็เกิดความลำพองหึกเหิมเกะกะระราน
ผู้อื่น และท้าพาลีให้ต่อสู้กันจนถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ทรพีสู้ไม่ได้จึง
หนีเข้าไปในถํ้า พาลีตามเข้าไปแต่ก่อนจะเข้าไปได้สั่งสุครีพผู้เป็น
น้องชายว่า เมื่อพาลีเข้าไปแล้วให้ปิดปากถํ้าและให้สังเกตเลือดที่ไหล
ออกมาจากถํ้า ถ้าเป็นเลือดข้นคือเลือดควายแสดงว่าพาลีชนะ
ให้เปิดปากถํ้า แต่ถ้าเลือดที่ไหลออกมาใสคือเลือดของพาลีแสดง
ว่าพาลีแพ้ ก็ไม่ต้องเปิดปากถํ้า
ในที่สุดทรพีก็แพ้ถูกพาลีฆ่าตาย แต่บังเอิญฝนตกลงมาทำให้เลือด
ของทรพีที่เป็นเลือดเข้มข้นกลับเจือจางลงกลายเป็นเลือดใส
สุครีพจึงเข้าใจผิดคิดว่าพาลีตายแล้ว จึงไม่เปิดปากถํ้า
พาลีโกรธคิดว่าสุครีพจะแย่งความเป็นใหญ่จึงตัดหัวทรพ
ีแล้วขว้างไปที่ปากถํ้าอย่างแรง หินที่ปิดปากถํ้าเปิดออก
และแตกกระจาย กระเด็นไปตกบริเวณริมฝั่งแม่นํ้าลพบุรีใน
เขตเมืองลพบุรี ปัจจุบันคือตำบลท่าหิน ส่วนร่างของ
ทรพีก็ถูกฝังอยู่ในถํ้าใต้เขานั่นเอง เขาแห่งนั้นได้ชื่อว่า
เขาทับควาย พื้นดินบริเวณเขาทับควายจะมีสีแดง
ซึ่งเชื่อตามตำนานว่าเกิดจากเลือดของทรพีนั่นเอง |